ปาล์มไทยขยายตลาดจีน ลดการพึ่งพาตลาดเดิม

ตลาดจีนมีแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร สะท้อนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและจำนวนประชากร รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาสินค้าที่มีคุณภาพในราคาคุ้มค่า ส่งผลให้น้ำมันปาล์มของไทยซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ และสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย มีโอกาสขยายการส่งออกเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น

ข้อมูลจาก American Oil Chemists’ Society ระบุว่า จีนเป็นผู้บริโภคน้ำมันพืชรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นประเทศที่มีการบริโภคน้ำมันปาล์มเป็นอันดับ 3 ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 5.36% รองจากอินโดนีเซียและอินเดีย โดยการบริโภคน้ำมันปาล์มในจีนคิดเป็น 18% ของการบริโภคน้ำมันพืชทั้งหมดภายในประเทศ

แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสให้ไทยสามารถขยายตลาดส่งออกใหม่ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักอย่างอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนมากกว่า 77% ของการส่งออกน้ำมันปาล์มไทยทั้งหมด โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือความสามารถในการแข่งขันด้านราคา เมื่อเทียบกับน้ำมันพืชประเภทอื่น เช่น น้ำมันถั่วเหลือง รวมถึงนโยบายของจีนที่มุ่งกระจายแหล่งนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน

ในเชิงกลยุทธ์ การส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยควรมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทางเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ น้ำมันออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ รวมถึงน้ำมันปาล์มสำหรับอุตสาหกรรมเบเกอรี ครีมเทียม และผลิตภัณฑ์ปลอดไขมันทรานส์ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพของผู้บริโภคจีน

ขณะเดียวกัน การทำตลาดเชิงรุกผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียของจีน จะช่วยสร้างการรับรู้ด้านคุณภาพและเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อแบบ B2B โดยเฉพาะในเมืองระดับรองที่มีศักยภาพเติบโตสูง อีกทั้งการใช้ประโยชน์จากความตกลงทางการค้า เช่น RCEP และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและภาษี

นอกจากนี้ ตลาดจีนยังให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีมาตรฐานสูงและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ น้ำมันปาล์มไทยจึงมีความได้เปรียบในด้านคุณภาพ มาตรฐาน และศักยภาพด้านความยั่งยืน การยกระดับการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐาน RSPO จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และสนับสนุนการขยายตลาดในระยะยาว

ในภาพรวม ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มของจีนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับศักยภาพด้านอุปทานของไทยที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่อง ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของไทยในตลาดน้ำมันปาล์มโลก พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรม และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิมเพียงไม่กี่ประเทศ

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์