สัญญาณเตือน “น้ำมันโลก” เข้าสู่จุดวิกฤต ราคาพุ่ง-ซัพพลายตึงตัวใน 1–2 เดือน

ตลาด “น้ำมันโลก” กำลังเผชิญสัญญาณความตึงตัวที่ชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองตรงกันว่า ภายในช่วง 1–2 เดือนข้างหน้า อาจเกิดภาวะวิกฤตด้านอุปทานอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แม้ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดล่วงหน้าจะยังอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ระดับราคานี้ ยังไม่สะท้อนสถานการณ์จริงของตลาด เนื่องจากปริมาณน้ำมันที่พร้อมใช้งานกำลังลดลงต่อเนื่อง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือข้อจำกัดด้านการขนส่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ โดยหากเส้นทางขนส่งหลักยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องเกิน 40 วัน จะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนต่อปริมาณน้ำมันในตลาดโลก และอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลน

ซัพพลายตึงตัว กระทบห่วงโซ่อุปทาน
นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากน้ำมันจากตะวันออกกลางเข้าสู่ตลาดได้ไม่เต็มที่ ประเทศต่าง ๆ จะเริ่มดึงน้ำมันจากคลังสำรองออกมาใช้ ซึ่งจะทำให้ปริมาณสำรองลดลงอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนในระยะสั้น

นอกจากนี้ ห่วงโซ่อุปทานมีแนวโน้มเริ่ม “ปริร้าว” โดยเฉพาะในกลุ่ม น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อการขาดแคลนมากที่สุด

จุดวิกฤตอาจเกิดช่วง 9–30 พฤษภาคม
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ระบุว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 9–30 พฤษภาคม ระดับน้ำมันสำรองของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมอาจลดลงสู่ระดับ “ต่ำสุดที่ยังสามารถดำเนินการได้” ซึ่งเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการปรับตัวของราคาแบบฉับพลัน

การฟื้นตัวใช้เวลานาน
แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ระบบน้ำมันโลกยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยประเมินว่า:

  • ท่าเรือและระบบโลจิสติกส์: ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน
  • การกลับมาดำเนินงานของเรือขนส่ง: ใช้เวลา 2–3 สัปดาห์
  • การผลิตน้ำมัน: อาจใช้เวลาถึง 4 เดือน เพื่อกลับสู่ระดับ 99% ของกำลังการผลิต

อุปทานหายไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาร์เรล
มีการประเมินว่า ปัจจุบันอุปทานน้ำมันได้หายไปจากตลาดแล้วประมาณ 1,000 ล้านบาร์เรล และอาจเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาร์เรล หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ ซึ่งสะท้อนความไม่สมดุลระหว่าง “ภาพตลาด” กับ “ความเป็นจริง”

ผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจโลก
วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงด้านราคา แต่ยังเร่งให้หลายประเทศ:

  • ปรับกลยุทธ์ด้านพลังงาน
  • เพิ่มการลงทุนในพลังงานทางเลือก
  • มองหาความมั่นคงด้านอุปทานในระยะยาว

ขณะเดียวกัน บางประเทศที่มีความพร้อมด้านพลังงานและอุตสาหกรรม อาจได้รับประโยชน์เชิงโครงสร้างจากสถานการณ์นี้ ตลาดน้ำมันโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปราะบาง โดยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะขาดแคลนในช่วงพฤษภาคมนี้ หากข้อจำกัดด้านอุปทานยังไม่คลี่คลาย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับตัวของราคาที่รวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง