วิกฤตดีเซลกระทบหนัก ต้นทุนขนส่งพุ่ง 18–20% ผู้ประกอบการเตรียมปรับราคา

ภาคการขนส่งกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นทันที 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจนำไปสู่การปรับขึ้นค่าขนส่งในระยะถัดไป

จากข้อมูลของกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ระบุว่า การปรับขึ้นราคาดีเซลครั้งนี้สร้างผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุน เนื่องจาก ค่าน้ำมันมีสัดส่วนสูงถึง 45–50% ของต้นทุนรวม โดยตามหลักการ หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นทุก 1 บาท จะทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 3%

ดังนั้น การปรับขึ้นถึง 6 บาท ในครั้งเดียว จึงส่งผลให้ต้นทุนภาคขนส่งเพิ่มขึ้นทันทีประมาณ 18–20% ซึ่งถือเป็นระดับที่ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถแบกรับได้ต่อเนื่อง

แนวโน้มการปรับค่าขนส่ง

ผู้ประกอบการมีแผนหารือร่วมกันเพื่อพิจารณาการปรับค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง โดยยึดตามกลไกตลาด และจะมีการสื่อสารแนวทางอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

โครงสร้างราคาดีเซลที่แท้จริง

หากพิจารณาต้นทุนรวม รวมถึงกลไกการชดเชยในระบบ พบว่าราคาน้ำมันดีเซลที่สะท้อนต้นทุนจริงอาจสูงถึงกว่า 66 บาทต่อลิตร ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจขนส่ง

มุมมองต่อมาตรการช่วยเหลือ

แนวทางการช่วยเหลือผ่านการโอนเงินชดเชยโดยตรงให้ผู้ประกอบการ ถูกมองว่าเป็นวิธีที่มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่าย อีกทั้งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้รวดเร็ว

ประเด็นการใช้น้ำมัน B20

  • แม้ว่าน้ำมัน B20 จะมีราคาถูกกว่า B7 ประมาณ 5 บาทต่อลิตร แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น
  • โครงสร้างต้นทุนที่ยังพึ่งพาน้ำมันปาล์มซึ่งมีราคาสูง
    ข้อจำกัดด้านเครื่องยนต์ โดยเฉพาะรถบรรทุกใหม่มาตรฐาน Euro 5 ที่ไม่รองรับการใช้งาน

ส่งผลให้น้ำมัน B20 อาจเหมาะกับบางภาคส่วน เช่น อุตสาหกรรมหรือการเกษตร แต่ยังไม่สามารถเป็นทางออกหลักสำหรับภาคขนส่งได้อย่างยั่งยืน

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์