บริษัท บางกอกเทอร์มินอลโลจิสติกส์ จำกัด

การค้าชายแดน–ผ่านแดนโต 34.2%: ผู้ส่งออกควรวางแผนขนส่งอย่างไรให้พร้อม?
การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 เติบโต 34.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน เป็นสัญญาณให้ผู้ส่งออกติดตามโอกาสในตลาดประเทศเพื่อนบ้านและจีน แต่ก่อนรับคำสั่งซื้อเพิ่มหรือขยายตลาด สิ่งที่ควรตอบให้ได้คือ
สินค้าจะถึงผู้รับเมื่อไร มีต้นทุนรวมเท่าไร และต้องเตรียมอะไรตลอดเส้นทาง
สำหรับธุรกิจที่กำลังวางแผนส่งสินค้าไปจีนหรือกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม การเตรียมข้อมูลให้พร้อมตั้งแต่ก่อนขอราคาขนส่ง ช่วยให้ประเมินความเป็นไปได้และกำหนดเงื่อนไขส่งมอบกับคู่ค้าได้ชัดเจนขึ้น
1. เริ่มจากสินค้าและกำหนดส่งมอบ ก่อนเลือกเส้นทาง
ผู้ส่งออกควรระบุชนิดสินค้า ปริมาณ น้ำหนัก ขนาดบรรจุภัณฑ์ จุดรับ–ส่ง และวันที่ผู้รับต้องการสินค้า รวมถึงเงื่อนไขพิเศษ เช่น การควบคุมอุณหภูมิหรือการป้องกันความเสียหาย
ตัวอย่างเช่น ผลไม้สดกับชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอาจส่งไปเมืองเดียวกัน แต่มีข้อจำกัดต่างกัน ผลไม้ต้องพิจารณาความสดและเวลาระหว่างทาง ส่วนชิ้นส่วนที่ส่งเข้าโรงงานอาจต้องถึงตามรอบการผลิต ข้อมูลเหล่านี้จึงควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการหารือกับผู้ให้บริการขนส่งอย่าง BTL เพื่อประเมินว่าทางถนน ทางราง หรือการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเหมาะกับงานนั้นอย่างไร
2. ขอราคาที่เห็นต้นทุนถึงปลายทาง
ราคาขนส่งที่ดูต่ำกว่าอาจมีขอบเขตบริการต่างกัน ก่อนเปรียบเทียบใบเสนอราคา ควรตรวจว่ารวมการรับสินค้าจากต้นทาง การผ่านด่าน การเปลี่ยนถ่าย และการส่งต่อถึงผู้รับแล้วหรือยัง พร้อมสอบถามเงื่อนไขค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องรอรถ รอเอกสาร หรือพักสินค้า
สำหรับเส้นทางไทย–ลาว–จีน ควรเห็นแผนการเดินทางทั้งสาย ว่าสินค้าต้องผ่านจุดใด มีการส่งต่อระหว่างผู้ดูแลหรือเปลี่ยนรูปแบบขนส่งตรงไหน และใครรับผิดชอบแต่ละช่วง การประสานแผนขนส่งกับงานศุลกากรตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการ BTL ช่วยให้ผู้ส่งออกเห็นขอบเขตงานก่อนตกลงกำหนดส่งมอบกับลูกค้า
3. ตรวจเอกสารร่วมกับคู่ค้าก่อนวันโหลดสินค้า
ควรตรวจให้รายละเอียดสินค้า จำนวน น้ำหนัก และข้อมูลผู้ส่ง–ผู้รับสอดคล้องกันในเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น Invoice และ Packing List พร้อมให้คู่ค้าปลายทางยืนยันความพร้อมในการรับสินค้าและดำเนินการนำเข้า
เอกสารหรือใบอนุญาตเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า ประเทศปลายทาง และรูปแบบการขนส่ง จึงควรส่งข้อมูลให้ผู้ดูแลงานศุลกากรตรวจล่วงหน้า โดยเฉพาะเมื่อเริ่มส่งสินค้าชนิดใหม่หรือเปลี่ยนตลาด หากพบข้อมูลที่ต้องแก้ ผู้ส่งออกจะมีเวลาประสานกับคู่ค้าก่อนสินค้าถูกนำขึ้นรถ
4. วางแผนเผื่อความเปลี่ยนแปลง และกำหนดผู้ประสานงาน
แต่ละตลาดมีสถานการณ์ต่างกัน การเติบโตของมูลค่าการค้าไม่ได้ยืนยันว่าทุกด่านหรือทุกเส้นทางพร้อมใช้งานเหมือนกัน ก่อนออกเดินทางจึงควรตรวจสถานะด่าน ตารางขนส่ง วันหยุด และความพร้อมของผู้รับอีกครั้ง
ควรตกลงด้วยว่าจะติดตามสินค้าในช่วงใด ใครเป็นผู้แจ้งความคืบหน้า และหากเกิดความล่าช้าจะตัดสินใจอย่างไร เช่น ปรับวันส่งมอบหรือประเมินเส้นทางอื่น โดยพิจารณาทั้งค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขของสินค้า
สำหรับการทำงานร่วมกับ BTL ผู้ส่งออกสามารถเริ่มจากส่งข้อมูลสินค้า จุดรับ–ส่ง และกำหนดส่งมอบ เพื่อหารือแผนขนส่งและพิธีการศุลกากรที่เกี่ยวข้อง การเตรียมข้อมูลร่วมกันตั้งแต่ต้นทำให้การขนส่งข้ามพรมแดนและผ่านแดนไปยัง CLMV และจีนตอนใต้มีแผนที่ชัดเจน และช่วยให้ธุรกิจรับโอกาสทางการค้าได้อย่างพร้อมมากขึ้น