



การควบคุมการนำยางพาราผ่านแดนของไทยในช่วง 2 เดือนแรก เริ่มเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการจัดระบบตรวจสอบและรับรองชนิดหรือประเภทของยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักร เพื่อให้การขนส่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด มีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ภายใต้มาตรการดังกล่าว ได้มีการกำหนดขั้นตอนการตรวจสอบ ระยะเวลาดำเนินการ การยื่นคำขอรับบริการ และการออกหนังสือรับรองไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกระบวนการเดียวกัน ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล
หลังการเริ่มดำเนินมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 12 มกราคม 2569 พบว่ามีผู้ประกอบการยื่นคำขอลงทะเบียนเพื่อชำระค่าบริการตรวจรับรองยางที่นำผ่านราชอาณาจักรแล้ว รวม 32 ราย โดยด่านระนองมีปริมาณยางพาราผ่านการตรวจสอบและรับรองรวมประมาณ 284,000 กิโลกรัม คิดค่าบริการในอัตรา กิโลกรัมละ 0.50 บาท รวมเป็นเงินกว่า 142,000 บาท ขณะที่ด่านแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงปิดด่านในช่วงเวลาดังกล่าว
มาตรการตรวจรับรองยางพาราที่นำผ่านแดน รวมถึงการกำหนด เขตควบคุมการขนย้ายยาง ถูกมองว่าเป็นกลไกใหม่ที่ช่วยลดช่องโหว่การลักลอบ เพิ่มความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยยางที่นำผ่านแดนจะต้องขนส่งออกจากประเทศไทยด้วยรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่ติดตั้งระบบติดตามตำแหน่ง (GPS) ภายใน 72 ชั่วโมง หลังผ่านการตรวจสอบและปิดตู้เรียบร้อย
ก่อนนำสินค้าออกนอกประเทศ จะมีการตรวจสอบซีลและเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์อีกครั้ง เพื่อยืนยันความถูกต้องของสินค้า ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านการกำกับดูแล และยกระดับมาตรฐานการขนส่งยางพาราผ่านแดนในระยะยาว
🔹Key Points
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ