บทความที่เป็นประโยชน์

ส่งออกปลายปีสุดพีค  เร่งการส่งมอบสินค้า กันปัญหา "ตู้ - ค่าระวางเรือ"   

17 มกราคม 2565


ส่งออกปลายปีสุดพีค  เร่ง
การส่งมอบสินค้า กันปัญหา “ตู้ – ค่าระวางเรือ”   

              การส่งออกสินค้าในไตรมาส 4 ของทุกปีถือเป็นช่วงพีกที่สุด เนื่องจากจะต้องส่งมอบสินค้าให้ทันกับช่วงเทศกาลปีใหม่  แต่ปีนี้ถือเป็นปีพิเศษกว่าทุกปี เพราะการส่งมอบสินค้าจะต้อง “เร่งให้เร็วขึ้นอีก” เป็นผลจากวันหยุดตรุษจีนที่จะมาถึงเร็วๆ นี้  ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์แย่งชิงพื้นที่เรือ (space) ตู้คอนเทนเนอร์ นำไปสู่การปรับขึ้นค่าระวางเรือ รวมถึงความแออัดหน้าท่าเรือปลายทางของตลาดหลักอย่าง สหรัฐ จะทวีความรุนแรงขึ้น  

            นางขวัญนภา ผิวนิล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำลอสแองเจลิส สหรัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้นำเข้า-ผู้ส่งออกได้หารือถึงปัญหาการส่งมอบสินค้าในช่วงปลายปี  ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่อง “ค่าระวางเรือ” ที่สูงขึ้นอย่างเดียว แต่สิ่งที่ผู้นำเข้ากังวลก็คือ การหาสเปซเรือไม่ได้ และปัญหาการใช้เวลาในการขนส่งขึ้นท่านานขึ้นจากปกติ 1-2 สัปดาห์ แต่ขณะนี้ใช้เวลาถึง 3-4 สัปดาห์  เท่ากับว่าเรือขนสินค้าจากประเทศไทยมายังสหรัฐ ต้องใช้เวลาเดินทางรวมโหลดสินค้าเพิ่มเป็น 2 เดือน จากเดิมประมาณ 1 เดือน ดังนั้นทุกบริษัทส่งออกต้องวางแผนล่วงหน้า เผื่อระยะเวลาส่งมอบสินค้าให้ทัน ในช่วงที่มีการส่งออกสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 4 สำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่          

              สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้ท่าเรือแออัดมากเป็นเพราะจีน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก และเป็นผู้ใช้ตู้คอนเทนเนอร์ถึง 80% ของโลก ได้เร่งส่งมอบสินค้าให้ทันก่อนที่โรงงานในจีนจะหยุดช่วงตรุษจีน (1 ก.พ. 2565) ซึ่งคาดว่าหลังจากนั้นแล้ว สถานการณ์แออัดหน้าท่า “จะคลี่คลายลง” ประกอบกับปัจจัยวิกฤตพลังงานในจีน ทำให้หลายโรงงานหยุดผลิต อาจหมายความว่าจะทำให้มีสเปซเรือกลับมาส่งที่อาเซียนมากขึ้นเช่นกัน  ส่วนในปี 2565 ยังต้องดูอีกหลายปัจจัย ทั้งดีมานด์ความต้องการสินค้าในสหรัฐ  ปัญหาค่าขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญและปีนี้ประเทศไทยยังมีเรื่องของค่าบาทอ่อนลงมาช่วยด้วย ไม่เช่นนั้นผู้ส่งออกสินค้าบางรายการอาจต้องเผชิญค่าขนส่งที่ “แพงกว่า” ค่าสินค้า หรืออาจจะไปถึงจุดที่ผู้นำเข้ามองว่าไม่คุ้ม แล้วหันไปใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบซัพพลายเชน

              ด้านนายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การเร่งส่งมอบสินค้าของจีนก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน จะทำให้เกิดปัญหาการติดค้างส่งมอบสินค้าออกจากท่าเรือหลักสำคัญ ๆ ในสหรัฐ ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมามีเรือตกค้างกว่า 100 ลำ จากการที่ท่าเรือมีความแออัด ทำให้เรือไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ และมีค่าใช้จ่ายในการเก็บตู้เกินกำหนดวันละ 100 เหรียญสหรัฐ/ตู้ ทั้งยังมีผลให้ผู้นำเข้าชะลอคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ เพราะมีสินค้าตกค้างอยู่มาก ขณะเดียวกันความต้องการตู้คอนเทนเนอร์สูงมากทำให้มีการปรับขึ้นค่าระวางเรือเฉลี่ยประมาณ $100/ตู้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่แต่ละเส้นทางที่เดินเรือ

              ส่วนนายวิศิษฐ์  ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กล่าวถึงแนวโน้มราคาค่าเฟรตเรือจะยังสูงต่อเนื่องไปถึงก่อนตรุษจีนในเดือนมกราคม 2565 เนื่องจากผู้ส่งออกจีนต้องเร่งส่งมอบสินค้าก่อนหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน และต้องเร่งนำเข้าสินค้าเพื่อเตรียมไปไว้ในประเทศด้วย  ประกอบกับตู้คอนเทนเนอร์ที่ไปสหรัฐฯ ยังคงค้างอยู่อีกมาก จากการที่สหรัฐฯใช้ระบบ Work from home จนสถานการณ์ COVID คลี่คลายลงแต่พนักงานจำนวนมากยังไม่กลับมาทำงาน แม้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นมีการนำเข้ามากขึ้น แต่ capacity มีจำนวนจำกัด จึงมีเรือไปรอขนส่งสินค้าที่ท่าจำนวนมากและเป็นเวลานาน ทำให้การขนส่งช่วงนี้ต้องเผชิญปัญหาขาดแคลน space เรือต่อไป

แหล่งข้อมูล : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

----------------------------

ติดต่อสอบถามบริการ BTL

02-681-2005ถึง9

www.bkkterminal.com

m.me/BangkokTerminalLogistics

.

#BTL #BTLLogistics #Logistics #Transportation

#ขนส่ง #ขนส่งผ่านแดน #Export #ส่งออก #การค้าชายแดน #การค้าผ่านแดน

<< กลับไปหน้าบทความ