บริษัท บางกอกเทอร์มินอลโลจิสติกส์ จำกัด
สงครามสะเทือนตลาดปุ๋ยโลก ยูเรียพุ่ง 13% เสี่ยงขึ้นอีก 20%

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อ ตลาดปุ๋ยโลก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย (Urea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของภาคเกษตรกรรม

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อ ตลาดปุ๋ยโลก โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย (Urea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของภาคเกษตรกรรม

สถานการณ์ส่งออกข้าวไทยในเดือนมกราคม 2569 มีปริมาณรวม 530,287 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณ 643,144 ตัน หรือหดตัว 17.5%
ด้านมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 9,707 ล้านบาท ลดลง 30.7% หรือคิดเป็นมูลค่า 313 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 23.9% สะท้อนแรงกดดันด้านราคาจากตลาดโลก และการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น

ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูกาลผลิตทุเรียนภาคตะวันออก ระหว่างเดือนมีนาคม – กรกฎาคม 2569 โดยคาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตรวมปีนี้จะอยู่ที่ 1,850,220 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากพื้นที่ปลูกที่เริ่มให้ผลผลิตปีแรกมากขึ้น ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการออกดอกและติดผล

ตลาดจีนมีแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร สะท้อนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและจำนวนประชากร รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาสินค้าที่มีคุณภาพในราคาคุ้มค่า ส่งผลให้น้ำมันปาล์มของไทยซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ และสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย มีโอกาสขยายการส่งออกเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น

การควบคุมการนำยางพาราผ่านแดนของไทยในช่วง 2 เดือนแรก เริ่มเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการจัดระบบตรวจสอบและรับรองชนิดหรือประเภทของยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักร เพื่อให้การขนส่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด มีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าสูงสุดในรอบหลายปี กลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการส่งออกไทยในปี 2569 โดยปลายเดือนธันวาคม ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าทั้งปีถึง 9.31% ส่งผลให้รายได้ของผู้ส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลงโดยเฉลี่ย ประมาณ 3.2 บาทต่อดอลลาร์ และทำให้การแข่งขันด้านราคาทำได้ยากขึ้น

สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ยืดเยื้อนานกว่า 7 เดือน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าจากไทย ซึ่งมีมูลค่าสูงราว 70,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่การนำเข้าจากกัมพูชามีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้การปิดด่านส่งผลให้รายได้จากการค้าชายแดนหายไปกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี

การลงทุนจากต่างชาติในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ประเทศกว่า 2.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งลงทุนสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่ม ยานยนต์ เทคโนโลยีดิจิทัล การผลิตขั้นสูง และศูนย์ข้อมูล ซึ่งยังคงเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

สร้างโอกาสรายได้ใหม่ให้เกษตรกร พร้อมขยายเศรษฐกิจฐานประมงอย่างยั่งยืน

การลงทุนในประเทศไทยยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.–ก.ย.) มียอดยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 2,622 โครงการ รวมมูลค่า 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มองว่าไทยยังเป็น ฐานการผลิตระยะยาวที่แข็งแกร่งในอาเซียน